yay-6959566-digita1l

จังหวัดกาฬสินธุ์

8 กรกฎาคม 2020 | สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ชื่อจังหวัด :  กาฬสินธุ์

ชื่อเดิมของจังหวัด : บ้านแก่งสำเริง หรือ บ้านแก่งสำโรง

อักษรไทย :กาฬสินธุ์

อักษรโรมัน : Kalasin

อักษรย่อ : KSN

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดจังหวัดกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ตามข้อมูลทางประวัติผู้ก่อตั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ คือ ท้าวโสมพะมิตร ที่อพยพจากนครเวียงจันทร์ เนื่องจากในปี พ.ศ.2320 ท้าวโสมพะมิตร อุปราชเมืองแสนฆ้องโปงและเมืองแสนหน้าง้ำได้เกิดความขัดแย้งกับพระเจ้าศิริบุญสารเจ้าครองเมืองในขณะนั้น เป็นเหตุทำให้ท้าวโสมพะมิตรและอุปราชเมืองแสนฆ้องตัดสินใจนำผู้คนอพยพออกจากนครเวียงจันทร์ เดินทางมายังทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง และทำการตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บริเวณลุ่มน้ำก่ำแถบบ้านพรรณา ทว่าตั้งอยู่ได้ไม่นานพระเจ้าศิริบุญสารได้ส่งกำลังพลติดตาม เพื่อกวาดต้อนพลเมืองให้กลับเข้าไปยังนครเวียงจันทร์ ท้าวโสมพะมิตร อุปราชเมืองแสนฆ้องโปงและเมืองแสนหน้าง้ำจึงตัดสินใจที่จะเดินทางต่อ ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ ได้มีการแบ่งออกพลเมืองออกเป็น 2 กลุ่ม

โดยกลุ่มที่ 1 มีผู้น้ำคือ อุปราชเมืองแสนฆ้องโปงและเมืองแสนหน้าง้ำเดินทางไปยังเมืองจำปาศักดิ์ และกลุ่มที่ 2 มีท้าวโสมพะมิตรเป็นผู้นำ เดินทางมายังทิศใต้และได้ทำการตั้งเมืองชั่วคราวอยู่ที่บ้านกลางเมือง และได้ย้ายมาตั้งเมืองใหม่ที่บริเวณลำน้ำปาว ซึ่งเป็นพื้นที่ดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกในการดำรงชีวิต

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี ท้าวโสมพะมิตรได้ทำการส่งเครื่องบรรณาการ จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเมืองขึ้น และประราชทานนามว่า “เมืองกาฬสินธุ์” พร้อมทั้งแต่งตั้งท่านท้าวโสมพะมิตรให้เป็นเจ้าเมือง โดยพระราชาทานว่า “พระยาไชยสุนทร”  

เมืองกาฬสินธุ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายครั้ง โดยในปี พ.ศ. 2437 ได้เปลี่ยนเมืองกาฬสินธุ์ให้เป็นอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ที่อยู่ในปกครองของจังหวัดร้อยเอ็ด ทว่าในปี 2456 ได้ยกกลับขึ้นมาเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งต่อมาในปี 2474 ได้มีการยุบให้กลายเป็นอำเภอกาฬสินธุ์ที่ขึ้นตรงกับจังหวัดมหาสารคาม และสุดท้ายในปี 2490 ได้มีการยกมาเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์จนถึงปัจจุบัน

ตราประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

ตราประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

ตราประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ประกอบด้วย บึงน้ำสีดำ (กาฬสินธุ์) รูปติณชาติ (หญ้า) ภูเขา และเมฆ โดยบึงน้ำเปรียบเหมือนตัวแทนของชื่อกาฬสินธุ์ ที่หมายถึงน้ำที่ใส่สะอาดจนสามารถเห็นสีดำของดินที่อุดมสมบูรณ์  ต้นหญ้าและเมฆ คือความชุ่มชื่น ความอุดม ความงอกงามที่เกิดขึ้นในจังหวัดเนื่องจากดินที่สมบูรณ์ ส่วนภูเขาก็เปรียบดังแนวกันเขตแดนของจังหวัดที่เชื่อมต่อกัน

ธงประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

ธงประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

ธรงประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ คือ ธงที่มีพื้นสีเขียว คาดกลางตามแนวนอนด้วยสีแสด ที่บริเวณตรงกลางของธงมีตราประจำจังหวัดวงกลม และด้านล่างตราประจำจังกวัดมีตัวอักษรสีขาว คำว่า “จังกวัดกาฬสินธุ์” อยู่ในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลมรับกับตราจังหวัด

ดอกไม้ ต้นไม้ และสัตว์น้ำประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

ดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกพะยอม มีสีขาวครีม ภายในดอกประกอบด้วยกลีบดอก 3 กลีบ กลีบดอกยาวประมาณ 1-1.5  นิ้ว ปลายกลีบมน โคนกลีบมีติดกับก้านดอกที่มีสีเหลืองอ่อน ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ กลีบดอกมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม อยู่ในวงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea roxburghii G. Don และมีชื่อสามัญ Shorea white Meranti

ต้นไม้ประจำจังหวัด คือ ต้นมะหาดเป็นต้นไม้ที่ได้รับพระราชทานให้เป็นไม้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ ARTOCARPUS LAKOOCHA ROXB อยู่ในวงศ์ MORACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นมีสีเทา สีน้ำตาลและสีดำ ลำต้นมีเปลือกแข็ง เป็นสะเก็ดและมักมียางไหลออกมาตามร่องของเปลือก กิ่งอ่อนมีสีเขียวอมน้ำตาล มีขนอ่อนปกคลุ่ม ใบออกเป็นช่อติดกัน ออกดอกและติดลูกที่โคนใบ

สัตว์น้ำประจำจังหวัด คือ ปลาเกล็ดถี่หรือสร้อยเกล็ดถี่ เป็นปลาน้ำจืด ชื่อวิทยาศาสตร์ Thynnichthys thynnoides จัดอยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีลักษณะหัวโต ตากลมใหญ่ ลำตัวแบนแต่เพรียว ไม่มีหนวด ปากมีขนาดเล็กอยู่ที่ส่วนหัว เกล็ดมีขนาดเล็กและละเอียดมาก มีสีเงินแวววาวข้างละประมาณ 58-65 เกล็ด ปลายครีบหางเว้าลึก ครีบมีสีขาวใส ท้องมีสีขาวอ่อน เมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ 25 เซนติเมตร

คำขวัญประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

คำขวัญประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

หลวงพ่อองค์ดำลือเลื่อง เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีประความเป็นมาที่ยาวนาน เป็นที่ตั้งของเมืองเก่าสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีการขุดพบซากไดโนเสาร์ที่มีความสมบูรณ์ และยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ทำให้ที่นี่จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบให้ท่านได้เข้าชม ทั้งทางประวัติศาสตร์และทางธรรมชาติดังนี้

1.พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์

กาฬสินธุ์ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่ค้นพบโครงกระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชที่มีความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เดิมที่นี่เป็นศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งภายในอาคารของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นที่ 1 เป็นส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่าง ๆ ในแต่ละยุค ส่วนชั้นที่สองมีการจัดแสดงและให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและโลก พาลีโอโซอิก มหายุคมีโซโซอิค วิถีชีวิตไดโนเสาร์ คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์ ซีโนโซอิก เรื่องของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องราวการกำเนิดของยุคไดโนเสาร์จนมาถึงยุคปัจจุบัน แน่นอนว่าสำหรับเด็ก ๆ และผู้ที่ชื่นชอบไดโนเสาร์แล้ว การมาที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

2.พระธาตุยาคู

บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย พระธาตุยาเป็นที่ประดิษฐานของเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองฟ้าแดดสงยาง ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยองค์เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงแปดเหลี่ยม ฐานเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมและประดับด้วยปูนปั้น นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกาฬสินธุ์ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

3.น้ำตกผานางคอย

ตั้งอยู่ที่บ้านนางงาม ตำบลบ่อแก้ว กิ่ง อำเภอนาคู น้ำตกผานางคอยถือเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยน้ำตกนี้มีต้นกำเนิดเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาภูพาน น้ำตกเกิดจากการที่น้ำไหลผ่านหน้าผาสูง และมีการไหลลดหลั่นออกเป็นชั้นจำนวนมาก ทำให้สายน้ำตกมีความสวยงามตามธรรมชาติที่ตราตรึงใจเมื่อได้พบเห็น มีความสวยงามมาก และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าโดยรอบ ทำให้น้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

อุบลราชธานี
เทียนพรรษา

วัฒนธรรมและประเพณีของกาฬสินธุ์

ชาวกาฬสินธุ์ส่วนใหญ่อพยพมาจากฝั่งขวาของแม่น้ำโข่ง จึงได้มีการนำเอาวัฒนธรรม ความเชื่อและประเพณีสืบต่อมายังคนรุ่นหลัง ซึ่งทุกวันนี้ยังได้มีการปฏิบัติต่อกันมา ซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจคือ

1.ประเพณีแห่เทียนพรรษา

ประเพณีแห่เทียนพรรษาของกาฬสินธุ์ถือว่ามีความสวยงามและโดดเด่นไม่แพ้ที่อื่น โดยเฉพาะการตกแต่งเทียนพรรษาที่นำมาร่วมขบวนแห่เทียน ที่มีชาวบ้านได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมากแกะสลักเทียนได้อย่างวิจิตรงดงาม รวมถึงการนำผ้าฝ้าย ผ้าไหม ดอกไม้สดมาเสริมเติมแต่งรถแห่เทียนตามความคิดสร้างสรรค์ และในวันงานแห่เทียนชาวบ้านยังได้ร่วมมือร่วมใจกันแต่งตัวด้วยผ้าพื้นเมืองของกาฬสินธุ์ ออกมาร่ายรำนำขบวนแห่อย่างสวยงาม

2.ประเพณีเลี้ยงผีฟ้า

ประเพณีเลี้ยงผีฟ้าของจังหวัดกาฬสินธุ์   ตามความเชื่อที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยในพิธีการเลี้ยงผีฟ้าจะมีการเลี้ยงผี ด้วยการร่ายรำผีฟ้าตามแบบฉบับของเมืองกุดสิม ที่บ้านกุดสิมคุ้มใหญ่ อำเภอเขาวง ตามความเชื่อที่ว่าหากเลี้ยงผีฟ้าแล้ว ผีฟ้าจะคุ้มครองลูกหลานให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งในพิธีกรรมเราจะเห็นการร่ายรำที่สวยงามของนางเทียมที่ทำหน้าที่ในการรำบวงสรวง

คำขวัญประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

เทศกาลที่น่าสนใจของจังหวัดกาฬสินธุ์

นอกจากวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงามแล้ว ทุกปีกาฬสินธุ์จะมีการจัดเทศกาลทื่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น ซึ่งหากคุณได้สัมผัสและเห็นตัวตนเองแล้ว รับรองว่าจะประทับใจแน่นอน ซึ่งเทศกาลที่ว่าก็คือ

1.เทศกาลบุญบั้งไฟตะไลล้าน

ประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดกาฬสินธุ์ถือว่าเป็นประเพณีสำคัญและยิ่งใหญ่ที่น่าสนใจมาก เพราะในทุกปีช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งบั้งไฟของบ้านกุดหว้า กาฬสินธุ์จะมีลักษณะเด่นอยู่ที่บั้งไฟที่เป็นเอกลักษณ์ คือ บั้งไฟ หรือ ตะไลของกาฬสินธุ์จะมีการจุดไฟที่บริเวณกลางลำบั้งไฟ และมีการเจาะรูเชื้อเพลิงให้มาออกที่บริเวณด้านข้างของบั้งไฟแทน ทำให้บั้งไฟเกิดการหมุนตัวอย่างเร็วและแรงขึ้นสู่ท้องฟ้า

2.เทศกาลแข่งเรือยาว

นับเป็นประเพณีที่สนุกครื้นเครงอีกอย่างหนึ่งของคนกาฬสินธุ์ สำหรับประเพณีแข่งขันเรือยาวของอำเภอกมลาไสยที่มีการสืบต่อกันมามากกว่า 100 ปี ในช่วงหน้าน้ำหลาก โดยจะมีการจัดแข่งขันเรือยาวที่ส่งมาจากหลายหมู่บ้าน สร้างความสนุกให้กับทั้งผู้แข่งและกองเชียร์ที่อยู่ข้างลำน้ำทุกคน

พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของกาฬสินธุ์

หลวงพ่อองค์ดำหรือพระพุทธสัมฤทธิ์นิรโรคันตรายหรือหลวงพ่อชุ่มเย็นที่ชาวบ้านเรียกกัน เนื่องจากทุกปีในช่วงสงกรานต์จะมีการแห่พระพุทธรูปให้ชาวเมืองสรงน้ำนั้น จะมีฝนตกลงมาทุกครั้งนั่นเอง หลวงพ่อดำเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างขึ้นเมื่อจุลศักราช 172 องค์พระหล่อด้วยคำแดง (ตัมพะโลหะ) หน้าตักกว้าง 41 เซนติเมตร ความสูง 75 เซนติเมตร ที่บริเวณใต้ฐานพระพุทธรูปได้มีการจารึกอักษรธรรมได้ด้วย ซึ่งปัจจุบันหลวงพ่อดำประดิษฐานอยู่ที่พระวิหารพระพุทธสัมฤทธิ์นิรโรคันตราย วัดกลางกาฬสินธุ์พระอารามหลวง เมื่อได้ทำความรู้จักกับจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว เชื่อว่าทุกคนต้องรู้สึกทึ่งและอยากที่จะเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง ดังนั้นหากมีเวลาและต้องการท่องเที่ยวในเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมแล้ว การเดินทางไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน

Share Post

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook